จุลินทรีย์กำจัดกลิ่นเหม็น ไขมัน

จุลินทรีย์กำจัดกลิ่นเหม็น ไขมัน กลิ่นเหม็นในห้องน้ำ ส่วนใหญ่จะมาจากท่อน้ำทิ้ง มีน้อยที่มาจากโถส้วมหรือชักโครก โดยเฉพาะท่อน้ำทิ้งในห้องน้ำหรืออ่างล้างมือที่ต่อท่อน้ำทิ้งลงรวมในบ่อเกรอะ ( บ่อเกรอะคือบ่อรับของเสียจากส้วมหรือชักโครกทั้งหมด )

ดังนั้นกลิ่นเหม็นจากท่อน้ำทิ้งจึงเป็นกลิ่นที่ลอยขึ้นมาตามท่อจากบ่อเกรอะ แต่ในบางกรณีที่ท่อน้ำทิ้งมีสิ่งสกปรกเกาะอยู่ตามท่อ เช่น ของเสียจากการอาบน้ำและอื่นๆ นานๆเข้าอาจส่งกลิ่นแรงได้ ดังนั้น จึงต้องหมั่นทำความสะอาดท่อน้ำทิ้งด้วยการใช้จุลินทรีย์ทำความสะอาดท่อไม่ให้สิ่งสกปรกเกาะอยู่ตามลำท่อ กับปัญหาท่อน้ำทิ้งมีกลิ่นลอยขึ้นมา โดยเฉพาะช่วงเวลาที่ฝนตกหรือฤดูหนาว กลิ่นจะรุนแรงเป็นพิเศษและเกิดขึ้นบ่อยๆ ส่วนใหญ่จะคิดว่ากลิ่นมาจากชักโครก ในห้องน้ำแต่ละห้องจะมีท่อน้ำทิ้งหรือท่อเดรน เพื่อรับน้ำทิ้งจากการใช้สอยของคนเรา และท่อน้ำทิ้งเหล่านี้แหละคือตัวต้นเหตุของปัญหาท่อน้ำทิ้งมีกลิ่นเหม็น เพราะสิ่งสกปรกขนาดเล็กจะเกาะอยู่ตามท่อน้ำทิ้ง ซึ่งท่อน้ำทิ้งจะเป็นท่อพีวีซีที่ของเสียต่างๆเกาะติดได้ง่าย เมื่อสะสมนานๆเข้าจึงเกิดกลิ่นขึ้นมา และในบางกรณีท่อน้ำทิ้งดังกล่าวยังไปต่อเชื่อมเข้ากับบ่อเกรอะอีก ทำให้กลิ่นยิ่งรุนแรงขึ้นหลายเท่าตัว ทั้งกลิ่นจากบ่อเกรอะและกลิ่นของเสียที่เกาะติดอยู่กับท่อน้ำทิ้ง กรณีที่ท่อน้ำทิ้งเชื่อมต่อเข้ากับบ่อเกรอะ วิธีแก้ไขควรแยกบ่อน้ำทิ้งใหม่ ( ถ้ามีที่มากพอ ) เพราะโดยปกติทั่วไป บ่อรับน้ำทิ้งกับบ่อเกรอะต้องแยกกันคนละบ่อ ถ้านำมารวมเป็นบ่อเดียวกันจะเกิดปัญหากลิ่นแน่นอน ไม่ว่าบ้านใหม่หรือบ้านเก่าก็ตาม

ในทุกๆบ้านต้องมีส้วมประจำบ้าน และบ้านใดสะอาดหรือไม่บางท่านวัดกันที่ส้วมหรือสุขา ส้วมจึงเป็นเสมือนสัญญลักษณ์แห่งความสกปรกหรือสะอาดก็ได้ ขึ้นอยู่กับการใส่ใจทำความสะอาดของเจ้าของส้วม

ส้วมมีกลิ่น เกิดจากอะไร? ในแต่ละวันส้วมจะเป็นจุดรับของเสีย ซึ่งมีทั้งอุจจาระและปัสสาวะเป็นส่วนใหญ่ และบ้านบางหลังยังรวมเอาน้ำทิ้งจากการใช้น้ำชำระร่างกายและอื่นๆรวมเข้าไปในส้วมด้วย เมื่อของเสียและสิ่งสกปรกรวมตัวกันก็เกิดการเน่าเสียเกิดขึ้น ซึ่งการเน่าเสียนี้เกิดจากปฏิกิริยาของแบคทีเรียเข้าไปย่อยสลายของเสียเหล่านั้น และเป็นการย่อยสลายที่ไม่สมบูรณ์แบบ จึงก่อให้เกิดของเสียและสิ่งกลิ่นเน่าเหม็นเกิดขึ้นตามมา ซึ่งถือเป็นมลภาวะอีกประเภทหนึ่ง จึงทำให้เกิด ส้วมมีกลิ่นหรือส้วมส่งกลิ่นติดตามมา โดยเฉพาะถ้าปริมาณของเสียมีทุกวันและจำนวนมากดั่งเช่นส้วมสาธารณะตามแหล่งต่างๆหรือตามหน่วยงานที่มีคนจำนวนมากมักจะพบบ่อยๆ ซึ่งส่วนมากจะใช้สารเคมีกำจัดกลิ่น ซึ่งก็ได้ผลเพียงชั่วคราวเท่านั้น และเป็นการแก้ไขปัญหาที่ปลายเหตุทำให้สารเคมีที่ใช้ในการกำจัดส้วมมีกลิ่นนั้นเกิดการตกค้างในระบบนิเวศน์และออกสู่สิ่งแวดล้อมเป็นอันตรายต่อสิ่งมีชีวิตในน้ำได้

วิธีการจัดการส้วมมีกลิ่นที่ได้ผลดีที่สุดและตรงจุดที่สุดก็คือการบำบัดของเน่าเสียเหล่านี้โดยวิธีธรรมชาตินั่นเอง ซึ่งจะไม่มีผลกระทบกับสภาวะแวดล้อมและธรรมชาติโดยรวม ในทางตรงกันข้ามกลับทำให้สิ่งแวดล้อมได้รับผลดีมากขึ้น วิธีการดับส้วมมีกลิ่นก็คือ การใช้จุลินทรีย์ดับกลิ่นและบำบัดน้ำเสียจากธรรมชาติหรือจุลินทรีย์ที่ให้ประโยชน์ในการย่อยสลายของเสียต่างๆได้อย่างสมบูรณ์แบบนั่นเอง เมื่อขบวนการย่อยสลายของจุลินทรีย์ชนิดนี้จบลงก็จะทำให้กลิ่นไม่พึงประสงค์หายไป ของเสียต่างๆในส้วมก็จะถูกย่อยสลายให้เป็นอณุภาคเล็กลง ผลพลอยได้ที่ตามมาก็คือส้วมไม่เต็มง่าย กลิ่นต่างๆก็จะมลายหายไป
การใช้จุลินทรีย์ในการบำบัดของเสียในส้วม ซึ่งมีทั้งสิ่งสกปรกต่างๆและกลิ่นไม่พึงประสงค์ที่ทำให้เกิดปัญหาส้วมมีกลิ่นได้ ขนาดของการใช้จุลินทรีย์ในแต่ละครั้งควรดูที่ปัญหาและปริมาณของเสียปริมาณน้ำเสียต้องให้เหมาะสมและสมดุลย์กันกับปริมาณการใช้จุลินทรีย์จึงจะได้ผลดี ซึ่งจุดนี้ผู้คนที่ใช้จุลินทรีย์ส่วนมากจะเข้าใจผิดกัน ในบางแห่งน้ำเสียและปริมาณของเสียมีจำนวนมาก แต่ใช้จุลินทรีย์เพียงเล็กน้อยเท่านั้น ซึ่งจะทำให้การย่อยสลายได้ไม่ดีเท่าที่ควร ซึ่งจะทำให้ผู้ใช้เข้าใจผิดคิดว่าการใช้จุลินทรีย์ไม่ได้ผล ซึ่งจริงๆแล้วไม่ใช่อย่างที่คิด ในการใช้จุลินทรีย์ในแต่ละปัญหาและในแต่ละครั้งนั้น จุดที่ต้องคำนึงถึงคือ ปริมาณการใช้จุลินทรีย์ต้องให้เหมาะสมกับปริมาณสิ่งสกปรกหรือของเสียนั้นๆ ใช้จุลินทรีย์ในปริมาณที่มากได้ แต่ไม่ควรใช้ในปริมาณที่น้อยเกินไปจนทำให้ระบบการย่อยของจุลินทรีย์ไม่ทั่วถึง และจุลินทรีย์ที่ใช้ควรเป็นจุลินทรีย์ที่แอคทีฟสูงไม่เก่าเก็บ และประการสำคัญจุลินทรีย์ที่ใช้สำหรับบำบัดกลิ่นหรือบำบัดน้ำเน่าเสียควรเป็นจุลินทรีย์ที่ออกแบบมาเพื่อการนี้โดยเฉพาะ การนำจุลินทรีย์ที่ออกแบบใช้ในการเกษตรมาใช้บำบัดน้ำเสียหรือบำบัดกลิ่นอาจจะไม่ได้ผลดีเท่าที่ควร
ในส่วนของการใช้จุลินทรีย์สำหรับดับกลิ่นส้วมมีกลิ่น การใช้ครั้งแรกควรเพิ่มปริมาณมากกว่าปกติ ทั้งนี้เพื่อให้จุลินทรีย์เข้าไปย่อยสลายของเสียหรือสิ่งสกปรกที่ตกค้างจำนวนมากและตกค้างมานานให้หมดไปก่อน หลังจากนั้นการใช้ในครั้งต่อไปก็ให้ลดลงตามส่วนได้ ดูการใช้จุลินทรีย์สำหรับส้วมมีกลิ่น คลิกที่นี่ ส่วนการใช้งานอื่นๆก็สามารถประยุกต์ให้เหมาะสมกับปัญหาและพื้นที่ที่ใช้ในแต่ละครั้ง

ในช่วงฤดูฝนส้วมส่วนมากจะมีปัญหาที่เรียกว่าส้วมมีกลิ่นหรือส่งกลิ่นแรงนั่นเอง กลิ่นส้วมที่พบเป็นกลิ่นก๊าซไข่เน่าที่ลอยขึ้นมาตามท่อหรือบริเวณที่อากาศเข้าถึงได้ และกลิ่นส้วมนี้ก็ถือว่าเป็นมลภาวะทางสิ่งแวดล้อมอีกประเภทหนึ่ง ดังนั้นถ้าไม่ต้องการให้ส้วมมีกลิ่นก็ควรหมั่นเติมจุลินทรีย์ดับกลิ่นและบำบัดน้ำเสียลงไปอย่างสม่ำเสมอ

การแก้ปัญหาท่อน้ำทิ้งมีกลิ่นเหม็น

ให้ใช้จุลินทรีย์สดๆเทลงไปในท่อน้ำทิ้งที่มีกลิ่นพอประมาณ ( 3-4 ลิตร/จุด ) และส่วนหนึ่งผสมกับน้ำสอาดครึ่งต่อครึ่ง ทำความสะอาดพื้นห้องน้ำ โถปัสสาวะ ท่อน้ำทิ้ง เป็นต้น กรณีทำได้ทุกวัน ยิ่งเป็นการดี จะช่วยในการบำบัดกลิ่นและดับกลิ่นได้เป็นอย่างดี กรณีที่กลิ่นลอยอยู่ในอากาศภายในห้องส้วม อาจใช้จุลินทรีย์ผสมกับน้ำสะอาดแบบเจือจาง เทลงในขวดสเปรย์ แล้วให้สเปรย์ทั่วๆภายในและรอบๆห้องส้วม กรณีต้องการให้มีกลิ่นหอม ก็สามารถผสมหัวน้ำหอมลงได้ตามความต้องการ